การปรับปรุงคุณภาพไม้...คือ การลดความชื้นภายในไม้ หรือ ทำให้ไม้แห้ง นั่นเอง

การปรับปรุงคุณภาพไม้...แต่ก่อนมา ตลาดไม้เมืองไทยรู้จักไม้อยู่เพียงไม่กี่ชนิด ที่สำคัญก็มีสัก ประดู่ แดง เต็ง รัง ตะเคียน เคี่ยม และหลุมพอ ไม้เหล่านี้ส่วนใหญ่ง่ายต่อการเลื่อย ผ่า และไสกบตกแต่ง มีความแข็งแรงและทนทานตามธรรมชาติสูง หดตัวไม่มาก จึงไม่ค่อยแตกร้าว หรือบิดงอ เกิดความเสียหายในสิ่งปลูกสร้างหรือเครื่องใช้ไม้สอยโดยทั่วๆ ไป ดังนั้น ความจำเป็นในการปรับปรุงคุณภาพไม้ให้ดีขึ้น จึงไม่ค่อยมี หากมีผู้คิดริเริ่มดำเนินการขึ้นบ้างก็มักขาดการสนับสนุน เนื่องจาก คนไม่ไว้ใจในประสิทธิภาพ และไม่อยากเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม อันเนื่องมาจากการปรับปรุงนั้น แต่บัดนี้ ปริมาณไม้ที่ตลาดต้องการมีมากขึ้น ในขณะที่ไม้ดีมีค่าจากป่ามีน้อยลง จำเป็นต้องใช้ไม้ที่มีคุณสมบัติรองๆ ลงไป การปรับปรุงคุณภาพไม้จึงค่อยมีความสำคัญขึ้นมา...การปรับปรุงคุณภาพไม้นั้น เราอาจทำได้ทั้งในด้านสี ความแข็งแรง การหด การพองตัว รวมถึงความทนทาน

การย้อมสี...
     เป็นวิธีหนึ่ง ซึ่งทำไม้ที่มีสีจาง เช่น กระพี้ไม้ มีสีสวยงามขึ้นได้อย่างกว้างขวาง น้ำยาอาบไม้บางอย่าง ก็มีผลทำให้ไม้มีสีสวยงามขึ้นได้ไม่น้อย ปัญหานี้ได้มีการศึกษา และปฏิบัติกันบ้างแล้ว แต่ยังไม่แพร่หลาย

การอัดพลาสติก...
     เป็นวิธีที่ทำให้ความแข็งแรง และทนทานของไม้ดีขึ้นได้ วิธีการ คือ เราอัดสารที่เป็นพลาสติกเข้าไปในไม้ตั้งแต่เมื่อสารนั้นยังอยู่ในสภาพของของเหลว แล้วจึงทำให้มันรวมตัวจับกันเป็นเนื้อพลาสติก ซึ่งเป็นของแข็งในภายหลัง ทั้งนี้อาจทำได้ โดยอาศัยตัวเร่งทางเคมี หรือฉายรังสี ไม้ที่อัดพลาสติกแล้ว อาจไสกบตกแต่งได้อย่างไม้ธรรมดา

การอัดไม้ด้วยความร้อน...
     ทำให้ไม้มีปริมาตรเล็ก เข้าและคงรูปอยู่ได้ภายหลังการอัด วิธีนี้ทำให้เราสามารถปรับปรุงไม้ที่เบาๆ ให้เป็นไม้หนักขึ้นได้ ในเวลาเดียวกัน ก็ทำให้ไม้แข็งและทนทานขึ้นได้ ตามส่วน การอัดไม้ให้มีความถ่วงจำเพาะ ๑.๒-๑.๓ (เปรียบเทียบกับความถ่วงจำเพาะของไม้แท้ๆ ๑.๕๔) สามารถทำได้โดยง่าย

การอบหรือนึ่งไม้ที่อุณหภูมิสูงๆ...
     ทำให้สารประกอบทางเคมีบางประเภท ซึ่งดูดคายน้ำได้มากสลายตัว จึงมีผลทำให้การพอง และหดตัวของไม้ลดลงไปด้วย จัดได้ว่าเป็นวิธีปรับปรุงคุณภาพไม้วิธีหนึ่ง

การอบหรือผึ่ง...
     เป็นวิธีทำให้ไม้แห้ง ได้ความชื้นสมดุลกับความชื้นในอากาศเสียก่อน เพื่อป้องกันการหดตัวของไม้ในภายหลังได้เป็นอย่างดี ซึ่งทำได้ไม่ยาก และในปริมาณครั้งละมากๆ ในการอบ หรือผึ่งต้องกองไม้ให้โปร่ง ทำให้อากาศในกองไม้ถ่ายเทได้สะดวก การผึ่ง (ผึ่งในอากาศ) ปกติไม้แห้งช้า ต้องเสียเวลานาน เวลาใดอากาศแห้ง ไม้ก็แห้งเร็ว ถ้าอากาศชื้นดังเช่นในฤดูฝน ไม้ก็แห้งช้า เพื่อแก้ปัญหาในเรื่องนี้ จึงได้มีการคิดเตาอบขึ้นใช้ ในเตาอบเราอาจบังคับควบคุมให้อากาศร้อนเย็น แห้ง หรือชื้นได้ ตามที่ต้องการ จึงสามารถทำให้ไม้แห้งได้เร็ว เท่าที่จะไม่ทำให้ไม้เสียหายจากการหดตัวไม่เท่ากันดังกล่าวมาแล้ว

การกองไม้...
     โดยกองให้กองไม้นั้นโปร่งไม่ชิดกัน นอกจากจะทำให้ไม้แห้งเร็วแล้ว ยังช่วยป้องกันการเกิดราที่ทำให้ไม้เสียสี และทำให้ไม้ผุได้เป็นอย่างดีด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ส่วนของไม้ที่เป็นกระพี้ หรือไม้ที่ไม่ทนทานโดยทั่วๆ ไป หากกองชิดกันในระยะที่แปรรูปออกมาสดๆ เพียงวันสองวัน จะเกิดราขึ้นเต็ม บางทีทำให้ไม้ติดกันเป็นตับ ถ้าไม่แยกผึ่งให้ทันท่วงที อาจเสียหายถึงกับใช้การไม่ได้ตลอดไป

การแช่น้ำ...
     ถ้าแช่น้ำเป็นระยะเวลานานๆ ทำให้สารจำพวกแป้งและน้ำตาลที่มีในไม้ สลายตัวไป ภายหลังเมื่อนำไม้ มาใช้งาน แม้จะมีส่วนที่เป็นกระพี้ติดอยู่ด้วย ก็จะไม่มีมอดเข้ารบกวน

การอาบน้ำยา...
     ทำให้ไม้มีประสิทธิภาพในด้านความทนทานสูงขึ้นได้อย่างกว้างขวาง สามารถทนทานต่อรา มอด ปลวก รวมทั้งเพรียงในทะเล ทั้งนี้เพราะน้ำยานั้น มีหลายประเภท ทั้งที่เป็นพวกน้ำมัน เช่น ครีโอโสต และพวกเกลือละลายน้ำ เช่น เกลือของ สารหนู ทองแดง ปริมาณที่อาบ อาจบังคับให้มากน้อยตามความจำเป็น และตามสภาพที่จะนำไปใช้งาน โดยวิธีทา วิธีอัดน้ำยาที่มีประสิทธิภาพสูงสุดนั้น เมื่อนำไม้เข้าท่อปิดฝาสนิทแล้ว ต้องดูดอากาศในไม้ และในท่อออกเสียก่อน ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วจึงปล่อยน้ำยาเข้าไป และเพิ่มความกดของอากาศในหม้อให้สูงขึ้น ถึงระดับที่ต้องการ รักษาความกดดัน ที่ระดับนั้นไว้ชั่วระยะหนึ่ง แล้วจึงลดความดัน และเปิดท่อนำไม้ออกมาได้...ไม้ที่อาบน้ำยาแล้วนี้ จะมีความทนทานสูงกว่าไม้ ธรรมชาติถึงเท่าตัวหรือหลายๆ เท่า เช่น ไม้ปออีเก้ง ที่กล่าวว่าทนทานไม่เกิน ๖ เดือนนั้น เมื่ออาบน้ำยาแล้ว ทนทานได้ถึง ๑๓ ปี

ไม้แปรรูป
     โดยทั่วๆ ไป หมายถึง เฉพาะไม้ที่แปรรูปจากไม้ซุงท่อน ด้วยการเลื่อยหรือถาก เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการก่อสร้าง ทำเครื่องเรือน หรือแปรรูปต่อไปเป็นอย่างอื่น สำหรับการแปรรูปไม้ซุงขนาดเล็ก เช่น ทำเป็นเสา หรือหมอนรองรางรถไฟ ยังนิยมใช้วิธีถากด้วยขวานกันอยู่ทั่วไป แต่ถ้าเป็นไม้ขนาดใหญ่ต้องการแบ่งไม้ออกเป็นสองส่วน หรือหลายๆ ส่วน ต้องใช้เลื่อย เลื่อยที่ใช้แรงคนมักเป็นเลื่อยแบบชัก หากเป็นโรงเลื่อยจักร อาจมีเลื่อยใช้ได้หลายแบบ คือ ทั้งเลื่อยชัก เลื่อยสายพาน และเลื่อยวงเดือน โรงเลื่อยจักรนั้น จัดเป็นโรงงานอุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับไม้มาก่อนอุตสาหกรรมประเภทอื่น

     ไม้แปรรูปที่ได้ สำหรับตลาดภายในประเทศ นิยมเรียกชื่อตามวัตถุประสงค์ที่จะนำไม้ไปใช้ เช่น เรียกว่า ไม้เสา คาน ตง คร่าว พื้น ฝาและระแนง ส่วนตลาดระหว่างประเทศ แบ่งเรียกตามขนาดไม้ ซึ่งโดยทั่วๆ ไปมีข้อกำหนดดังนี้ ถ้าเป็นไม้ที่มีความหนาต่ำกว่าครึ่งหนึ่งของความกว้าง ที่กว้างต่ำกว่า ๑๕๐ มิลลิเมตร เรียกว่า ไม้หน้าแคบ ที่กว้างตั้งแต่ ๑๕๐ มิลลิเมตรขึ้นไป เรียกว่า ไม้หน้ากว้าง ไม้หน้ากว้างที่หนาไม่เกิน ๕๐ มิลลิเมตร เรียกว่า ไม้กระดาน ที่หนาเกิน ๕๐ มิลลิเมตร เรียกว่า กระดานหนา ไม้ที่หนาตั้งแต่ครึ่งหนึ่งของความกว้างขึ้นไป รวมทั้งไม้เหลี่ยม ถ้ามีขนาดกว้างหนาไม่เกิน ๒๒๕ x ๑๕๐ มิลลิเมตร หรือ ๒๕๐ x ๑๒๕ มิลลิเมตร เรียกว่า ไม้หน้าเล็ก ที่เกินขึ้นไป เรียกว่า ไม้หน้าใหญ่ สำหรับการซื้อขายไม้สักที่หนาตั้งแต่ ๑๒๕ มิลลิเมตรขึ้นไป กว้างตั้งแต่ ๑๗๕ มิลลิเมตรขึ้นไป เรียกว่า ไม้ตับ อันที่จริงไม้ตับนั้น หมายถึง ไม้ที่จะต้องนำไปแปรรูปต่อ เช่น ซอยเป็นกระดาน หรือผ่านเป็นไม้บาง ไม้เหลี่ยม หมายถึง ไม้ที่มีหน้าทั้งสี่เท่ากัน ไม้ซุงที่ถากหรือเลื่อย เพื่อให้ได้รูปหน้าตัดขวางเป็นสี่เหลี่ยม เรียกว่า ซุงเหลี่ยม

     การแปรรูปด้วยเลื่อยจักร ตามปกติจะให้ไม้แปรรูปประมาณร้อยละ ๔๐-๗๐ ของปริมาตรไม้ท่อน แล้วแต่ขนาดไม้ว่าเล็กโต และลักษณะไม้ว่าคดงอเป็นหลีบเป็นพู หรือว่าตรงเปลา (ไม่มีกิ่ง) ส่วนที่เสียไปจากส่วนนอกๆของท่อน เนื่องจากการทำให้ไม้กลม เป็นเหลี่ยม เรียกว่า ปีกไม้ ส่วนที่มีตำหนิ เช่น ตาหรือรอยแตกร้าว ต้องตัดทิ้งไปเป็นเศษ และที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งได้แก่ ขี้เลื่อย ซึ่งได้จากการตัดหรือซอย ไม้ทั้งดีและเสียลงให้ได้ขนาดที่ต้องการ ที่แล้วมา ส่วนเสียของไม้เหล่านี้ นำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงต้มน้ำ ทำไอขับเครื่องต้นกำเนิดกำลังเป็นส่วนใหญ่ ส่วนที่เหลือก็ใช้เผาถ่าน หรือไม่ก็เผาทิ้งไป อย่างไรก็ตาม เป็นที่หวังว่า เมื่ออุตสาหกรรมด้านอื่นๆ เจริญขึ้น การใช้ของเสียจากโรงเลื่อย จะเป็นไปด้วยดีกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน และแทนที่จะทำการเลื่อยไม้เพียงอย่างเดียว ต่อไปโรงเลื่อยอาจเป็นที่รวมของอุตสาหกรรมอย่างอื่น เช่น การอาบน้ำยาไม้ อบไม้ และการผลิตผลิตภัณฑ์จากไม้ประเภทอื่นๆ

                             

ไม้บาง ไม้อัด และไม้ประสาน...
     จากการที่ไม้ดีๆ ต้องสูญเสียไปกับคลองเลื่อย ในการแปรรูปไม้โดยวิธีเลื่อยตามธรรมดาจำนวนมาก จึงทำให้มีผู้คิดหาทางแก้ไข พบว่ามีวิธีหนึ่งที่ได้ผลดี คือ ปอก หรือฝานเป็นไม้บาง มีความหนาตั้งแต่ ๑-๔ มิลลิเมตร ไม้บางนี้ลำพังตัวของมันเองไม่มีคุณสมบัติในด้านความแข็งแรง อาจฉีก หรือหักให้แยกจากกันได้ง่าย ต้องนำไปทากาวแล้วอัดติดกันหลายๆ ชั้น หรือติดกับวัตถุอย่างอื่น จึงจะใช้งานได้ดี


ไม้บาง...
     ที่ได้จากการปอกเป็นแผ่นต่อเนื่อง เราอาจตัดให้มีแผ่นกว้างแคบเพียงใดได้ตามต้องการ ส่วนที่ได้จากการฝาน มีลักษณะเป็นชิ้นๆ มีความกว้างเท่ากับความกว้างของไม้ตับที่นำมาฝานนั้น ปกตินิยมว่า ไม้ฝานมีความสวยงามกว่าไม้ปอก เนื่องจากเมื่อนำไปใช้แล้ว มีส่วนคล้ายกระดาน และอาจจัดลวดลายไม้ให้สวยงามได้ตามความพอใจ ไม้ดีมีค่าจึงมักทำเป็นไม้บางด้วยวิธีฝาน และใช้เป็นหน้าไม้อัด ส่วนไม้เนื้ออ่อนที่ขาดความสวยงามมักปอกและใช้เป็นไส้ไม้อัด...ไม้เนื้ออ่อนส่วนใหญ่ เมื่อตัดลงใหม่ๆ สามารถนำเข้าปอกได้ทันที แต่สำหรับไม้เนื้อแข็ง หรือไม้ที่แห้งหมาดแล้ว จะปอกหรือฝานต้องต้มให้ไม้อ่อนตัวเสียก่อน 

                   

ไม้อัด...
     เป็นไม้ที่ได้จากการนำไม้บาง ๓ หรือ ๕ หรือ ๗ แผ่นมาทากาว แล้วอัดให้แผ่นที่อยู่ติดกันมีแนวเสี้ยนตั้งฉากกัน อาจผลิตให้มีความหนาบางแตกต่างกันได้หลายขนาด โดยเลือกใช้ไม้บางที่มีความหนาต่างๆ กัน หรือเพิ่มจำนวนชั้นไม้บางตามความเหมาะสม ไม้บางที่ผลิตออกสู่ตลาดถือตามขนาดมาตรฐาน คือ กว้าง ๔ ฟุต ยาว ๘ ฟุต แต่ในโอกาสต่อไปอาจต้องเปลี่ยนเป็น กว้าง ๑๒๐ เซนติเมตร ยาว ๒๔๐ เซนติเมตร ตามมาตรฐานของไทย ซึ่งมีการกำหนดให้ ๓๐ เซนติเมตร เป็นหน่วยมาตรฐาน
    ไม้อัดอาจแบ่งออกได้เป็น ไม้อัดภายใน และไม้อัดภายนอก ตามประเภทของกาวที่ใช้ กาวที่ใช้ในอุตสาหกรรมไม้อัดสำคัญของโลกปัจจุบัน ได้แก่ กาวยูเรียฟอร์มัลดีไฮด์ ทนน้ำได้ดีพอควร ใช้สำหรับทำไม้อัดภายใน กาวรีซอสซีนอล และฟีนอลฟอร์มัลดีไฮด์ สามารถทนน้ำและความร้อนได้ดี แม้แช่ในน้ำหรือต้ม ไม้อัดก็ไม่หลุดลอกออกจากกัน จึงใช้ทำไม้อัดภายนอก
     ไม้อัดที่ใช้กันอยู่ทั่วๆ ไปในเวลานี้ มักคำนึงถึงแต่ความสวยงามและความทนทานต่อการหลุดลอกเมื่อถูกความชื้นหรือน้ำ ในโอกาสต่อไปอาจจะต้องมีการพิจารณาในเรื่องความแข็งแรงด้วย เมื่อมีการนำไปใช้ประกอบโครงสร้างที่ต้องรับกำลังมากๆ เช่น ทำเป็น คาน ตง

ไม้ประสาน...
     ต่างกับไม้อัดตรงที่การเรียงไม้ ซึ่งต้องให้แนวเสี้ยนของไม้ทุกชั้นทอดไปตามแนวเดียวกัน และจะให้มีจำนวนชั้นเท่าไร ก็สามารถทำได้ จนกว่าจะได้ความหนาที่ต้องการ ไม้ประสาน นอกจากทำจากไม้บางสำหรับใช้เป็นเครื่องมือเล็กๆ น้อยๆ แล้ว ยังอาจทำจากไม้แปรรูปใช้ในงานก่อสร้างโดยทั่วๆ ไปได้ด้วย ความแข็งแรงของไม้ประสานจะมีเพียงใด ย่อมขึ้นอยู่กับชนิดไม้ และชนิดกาวที่ใช้ สำหรับไม้ที่ใช้เป็นส่วนประกอบโครงสร้างที่ต้องรับแรงมากๆ ดังกล่าวแล้ว มักมีการจำกัดให้ใช้กาวภายนอก จากวิธีการทำไม้ประสาน ทำให้เราสามารถใช้ไม้ขนาดเล็ก หรือสั้นๆ ให้เป็นประโยชน์ในการก่อสร้างได้อย่างกว้างขวาง กล่าวคือ จะประกอบให้เป็นตัวไม้ขนาดใหญ่เท่าใดก็ได้ หรือจะอัดให้โค้ง หรือมีรูปเป็นอย่างอื่นก็ทำได้ เชื่อว่า อุตสาหกรรมไม้ประสานนี้ จะมีลู่ทางก้าวหน้าได้มากในอนาคต

ไม้ประกอบ...
     หมายถึง ผลิตภัณฑ์จากไม้ที่ย่อยเป็นชิ้น ไสเป็นฝอย หรือแยกเป็นเส้นใย แล้วนำมาอัดรวมกันเข้าเป็นชิ้น เป็นแผ่น ทั้งนี้ โดยจะมีวัตถุเชื่อมประสานด้วยหรือไม่ก็ได้ จัดเป็นอุตสาหกรรมที่ใช้ไม้ขนาดเล็ก ตลอดจนเศษไม้ปลายไม้ให้เป็นประโยชน์อย่างสำคัญ ไม้ประกอบอาจแบ่งออกได้เป็น ๓ พวก คือ แผ่นชิ้นไม้อัด แผ่นใบไม้อัด และแผ่นฝอยไม้อัด

แผ่นชิ้นไม้อัด...
     ทำขึ้นโดยการสับ หรือไสไม้ให้เป็นชิ้นเล็กๆ คัดให้ได้ขนาดสม่ำเสมอเป็นพวกๆ ผสมกาวแล้วอัดเข้าเป็นแผ่น เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพดี อาจใช้ชิ้นไม้ที่มีขนาดต่างๆ โรยสลับกันเป็นชั้นๆ เฉพาะชั้นที่เป็นผิวหน้า ใช้ชิ้นไม้ขนาดเล็ก และผสมกาวให้มีปริมาณมากเป็นพิเศษ จะทำให้ได้แผ่นที่แข็งแรง และชิ้นไม้ไม่หลุดล่อนง่ายเมื่อนำไปใช้งาน แผ่นชิ้นไม้อัด อาจตัดแต่ง เซาะร่อง ขัดกระดาษทราย ทาสี ลงน้ำมัน หรือตกแต่งให้สวยงามโดยวิธีอื่นๆ ได้หลายวิธี หรือหากจะใช้ไม้บางปะหน้า ก็ทำให้ดูเป็นแผ่นกระดาน เหมาะสำหรับใช้เป็นฝาเพดาน เครื่องเรือน และของใช้โดยทั่วๆ ไป

              

แผ่นใยไม้อัด...
    มีกรรมวิธีพิสดารไปจากแผ่นชิ้น ไม้อัดตรงที่ เมื่อสับไม้เป็นชิ้นๆ แล้ว ต้องไปย่อยแยกให้เป็นเส้นใยเสียก่อน ในการประกอบแผ่น ถ้าเป็นเส้นใยแห้งต้องมีกาวเป็นส่วนผสม หากเป็นเส้นใยเปียกก็ไม่จำเป็นต้องใช้กาว จากนั้นก็อัดร้อนจนได้แผ่นสำเร็จ รูปออกมาในทำนองเดียวกัน 

   แผ่นใยไม้อัด แตกต่างจากแผ่นชิ้นไม้อัดตรงที่มีเนื้อละเอียดกว่า จะอัดผิวให้เรียบหรือมีลวดลายอย่างไร  อาจทำได้แนบเนียน และกว้างขวาง นอกจากนั้นจะอัดให้มีความแน่นมากน้อยเพียงไร ก็สามารถทำได้ แผ่นใยไม้อัดที่มีความแน่นน้อย มีคุณสมบัติช่วยเป็นฉนวนความร้อ นและเก็บเสียง


แผ่นฝอยไม้อัด...

     หมายถึง เฉพาะแผ่นที่ใช้ซีเมนต์เป็นวัตถุเชื่อมประสาน ตามปกติผลิตภัณฑ์ประเภทนี้ ต้องไสไม้ให้เป็นฝอยยาวๆ เพื่อแผ่นที่ได้จะได้มีความแข็งแรง แต่สำหรับการอัดให้เป็นแท่ง หรือรูปอื่น ชิ้นไม้ที่มีรูปร่างเป็นอย่างอื่นก็ใช้ได  ชนิดไม้ก็มีความสำคัญในการทำผลิตภัณฑ์ประเภทนี้ กล่าวคือ ไม้ชนิดที่มีแป้ง และน้ำตาลมาก ทำให้ปูนไม่แข็งตัว ไม่ สามารถทำให้เป็นแผ่นได้ วิธีทำ คือ เมื่อนำฝอยไม้ที่แช่น้ำไว้ก่อนคลุกปูนผสมน้ำเข้ากันดีแล้ว ก็นำเข้าอัดในแบบ ปล่อยทิ้งไว้จนปูนแข็งตัว ก็ถอดแบบออกใช้งานได้ เช่นเดียวกับงานปูนอื่นๆ  แผ่นฝอยไม้อัด สามารถตัดได้ดีด้วยเลื่อย ทาสี หรือฉาบปูนภายนอกได้แผ่นที่ไม่ฉาบปูนหรือตกแต่ง จนผิวเรียบเป็นอย่างอื่น มีคุณสมบัติในการเก็บเสียง และเป็นสื่อความร้อนได้อย่างดี

                                                                                                                               

                                                                                                                                 ที่มา : สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน

 

 

Thai-wood.com โรงงานผู้ผลิตและจำหน่าย ประตูไม้ ประตูไม้สัก หน้าต่างไม้ หน้าต่างไม้สัก วงกบ วงกบไม้ ประตูหน้าบ้าน ประตูบานคู่ ประตูไม้บานคู่ ประตูคู่หน้าบ้าน ประตูไม้จริง ประตูไม้อบแห้ง ประตูห้องนอน ประตูห้องน้ำ ประตูหน้าบ้าน ประตูบ้าน ประตูห้องรับแขก ประตูห้องครัว ประตูระเบียง และงานฉลุลายทุกชนิดทุกแบบ ไม้สัก ประตูไม้โมเดิร์น ประตูบ้านโมเดิร์น ประตูไม้สักโมเดิร์น ประตูหน้าบ้านโมเดิร์น ประตูบานเดี่ยว ประตูไม้บานเดี่ยว ประตูบ้าน ประตูบ้านไม้ ประตูไม้บ้าน ประตูไม้หน้าบ้าน

Visitors: 226,695